ในปัจจุบัน มีผู้สนใจเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันในช่วงวัยทำงานหรือเมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่เลข 30 เพิ่มมากขึ้น ข้อสงสัยที่พบบ่อยทางคลินิกคือ “ประสิทธิภาพในการจัดฟันช่วงวัยผู้ใหญ่” และ “ข้อจำกัดทางสรีรวิทยาของกระดูกขากรรไกร”
ในทางทันตกรรม การจัดฟันในผู้ใหญ่ “สามารถทำได้และมีประสิทธิภาพ” ตราบเท่าที่ผู้เข้ารับการรักษามีสภาวะสุขภาพช่องปากและอวัยวะรอบรากฟันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม กระบวนการรักษาในผู้ใหญ่นั้นมีรายละเอียดและปัจจัยที่แตกต่างจากวัยเด็ก ซึ่งควรทำความเข้าใจดังนี้
1. ความแตกต่างระหว่างการจัดฟันในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่
ในทางชีววิทยา กลไกการเคลื่อนที่ของฟันในเด็กและผู้ใหญ่มีความคล้ายคลึงกัน แต่มีปัจจัยทางสรีรวิทยาที่แตกต่างกันที่ส่งผลต่อการรักษา:
• การเจริญเติบโตของขากรรไกร: ในวัยเด็ก ขากรรไกรยังมีการเจริญเติบโต ทันตแพทย์สามารถใช้เครื่องมือช่วยกระตุ้นหรือยับยั้งการเติบโตเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าได้ แต่ในวัย 30 ปีขึ้นไป การเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรได้สิ้นสุดลงแล้ว การรักษาจึงมุ่งเน้นที่การจัดเรียงตำแหน่งของฟันเป็นหลัก ในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้ามาก อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัดขากรรไกรเมร่วมด้วย
• ความหนาแน่นของกระดูก (Bone Density): กระดูกของผู้ใหญ่มีความหนาแน่นมากกว่าเด็ก ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของฟันอาจใช้ระยะเวลามากกว่าเล็กน้อย และผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกตึงหรือเจ็บปวดได้มากกว่าในช่วงแรกของการปรับเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางทันตกรรมในปัจจุบันสามารถช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้
2. ข้อควรระวัง: สุขภาพเหงือกและโรคปริทันต์
สุขภาพของอวัยวะรอบฟันเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใหญ่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษก่อนและระหว่างการจัดฟัน:
• โรคปริทันต์ (Periodontal Disease): ผู้ใหญ่มักมีความเสี่ยงในการเกิดหินปูนสะสมและโรคเหงือกอักเสบมากกว่าเด็ก ก่อนการติดเครื่องมือ ทันตแพทย์จำเป็นต้องเคลียร์ช่องปากและรักษาโรคเหงือกให้หายดีเสียก่อน เพื่อป้องกันภาวะกระดูกละลายตัวในระหว่างการเคลื่อนฟัน
• การเกิดช่องว่างระหว่างฟัน (Black Triangles): เมื่อฟันที่เคยซ้อนเกถูกจัดเรียงให้ตรง ในผู้ใหญ่อาจพบช่องว่างรูปสามเหลี่ยมบริเวณคอฟันได้ง่ายกว่าเด็ก เนื่องจากเนื้อเยื่อเหงือกของผู้ใหญ่มีความยืดหยุ่นลดลงและมีการสร้างตัวใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างได้น้อยกว่า
3. ทางเลือกเครื่องมือจัดฟันสำหรับวัยผู้ใหญ่
เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตวัยทำงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือและบุคลิกภาพที่ดี ทางเลือกที่เหมาะสมนอกเหนือจากการจัดฟันแบบโลหะทั่วไป ได้แก่:
• การจัดฟันแบบดามอน (Damon System): เป็นระบบการจัดฟันแบบไม่รัดยาง (Self-ligating Brackets) โดยใช้กลไกบานพับเปิด-ปิดเพื่อล็อกลวด
• จุดเด่น: ลดแรงเสียดทาน ทำให้ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น ลดความเจ็บปวด และดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่าแบบมียางรัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาพบทันตแพทย์บ่อยครั้ง
• การจัดฟันแบบใส (Invisalign): เป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มวัยทำงานและผู้บริหาร
• จุดเด่น: เครื่องมือมีความใสจนสังเกตเห็นได้ยาก สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหารและแปรงฟัน ช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุและโรคเหงือก อีกทั้งมีการวางแผนการรักษาด้วยระบบดิจิทัลคอมพิวเตอร์ ทำให้ทราบผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำ
บทสรุป
การจัดฟันในวัย 30 ปีขึ้นไป สามารถทำได้และให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความสวยงาม ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว และสุขอนามัยในช่องปากที่ดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่คือ “วินัยในการดูแลทำความสะอาดช่องปาก” และควรเข้ารับการปรึกษาทันตแพทย์ ที่มีประสบการณ์เพื่อประเมินสภาพเหงือกและโครงสร้างกระดูกอย่างละเอียดก่อนเริ่มวางแผนการรักษา นัดปรึกษาที่ไทม์เดนทัลแคร์ได้เลย!