กลิ่นปากอาจไม่ใช่แค่เรื่องเศษอาหาร! เช็คด่วน 7 ลักษณะกลิ่นปากบอกโรค ตั้งแต่เบาหวาน ไซนัส ถึงโรคไต สัญญาณอันตรายที่คุณต้องรู้ก่อนสายเกินแก้
7 กลิ่นปากบอกโรค: สัญญาณเตือนสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “ปัญหากลิ่นปาก” เกิดขึ้นจากการแปรงฟันไม่สะอาด หรือเศษอาหารติดฟันเท่านั้น แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น! เพราะลมหายใจของคุณอาจกำลังส่งสัญญาณ “SOS” เพื่อเตือนถึงความผิดปกติภายในร่างกาย
ลองสังเกตลมหายใจของตัวเองดูว่า มี 1 ใน 7 กลิ่นเหล่านี้หรือไม่ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนโรคร้ายที่คุณอาจคาดไม่ถึง
1. กลิ่นแอมโมเนีย (Ammonia-like Odor)
ลักษณะกลิ่น: ฉุนคล้ายน้ำยาเช็ดกระจก หรือปัสสาวะฉุนๆ
สัญญาณเตือน: หากได้กลิ่นนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าตับกำลังมีปัญหา ไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้ของ ภาวะตับวาย หรือการทำงานของตับผิดปกติอย่างรุนแรง
2. กลิ่นกำมะถัน หรือ กลิ่นไข่เน่า (Sulfur / Rotten Egg Odor)
ลักษณะกลิ่น: เหม็นเน่าคล้ายไข่เสีย
สัญญาณเตือน: เป็นกลิ่นที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากแบคทีเรียในช่องปากผลิตก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ บ่งบอกถึง สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี เช่น มีหินปูนเกาะหนา, โรคเหงือกอักเสบ, ฟันผุ หรือภาวะปากแห้ง (Xerostomia)
3. กลิ่นหวานเอียนคล้ายผลไม้ (Fruity Odor)
ลักษณะกลิ่น: หวานเลี่ยนๆ คล้ายผลไม้หมัก หรือน้ำยาล้างเล็บ
สัญญาณเตือน: หากลมหายใจมีกลิ่นนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะร่างกายอาจกำลังเผาผลาญไขมันแทนน้ำตาล (ภาวะคีโตซิส) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของ โรคเบาหวาน โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนวิกฤตที่เรียกว่า “คีโตอะซิโดซิส” (DKA)
4. กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง (Putrid Odor)
ลักษณะกลิ่น: เหม็นเน่าเหมือนเนื้อตาย กลิ่นรุนแรงผิดปกติ
สัญญาณเตือน: หากแปรงฟันแล้วกลิ่นยังไม่หาย อาจบ่งบอกถึงการเสื่อมของเนื้อเยื่อ หรือการติดเชื้อขั้นรุนแรงในระบบทางเดินหายใจ เช่น ฝีในปอด หรืออาจเชื่อมโยงกับ โรคมะเร็ง บางชนิด
5. กลิ่นคาวเลือด หรือ กลิ่นโลหะ (Metallic Odor)
ลักษณะกลิ่น: คล้ายกลิ่นสนิม หรือกลิ่นเลือด
สัญญาณเตือน: มักเกิดจากมีเลือดออกในช่องปากจาก โรคเหงือกอักเสบ หรือรำมะนาด แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณสะท้อนถึงภาวะโรคตับ หรือไตเสื่อม ที่ส่งผลให้เลือดออกตามไรฟันได้ง่ายผิดปกติ
6. กลิ่นคาวปลา (Fishy Odor)
ลักษณะกลิ่น: คาวรุนแรงเหมือนปลาสด หรือปลาเน่า
สัญญาณเตือน: เกิดจากการสะสมของสารประกอบบางชนิดในร่างกาย อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ หรือภาวะยูเรียในเลือดสูง (Uremia) ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของ โรคไตวาย
7. กลิ่นอับชื้น (Musty Odor)
ลักษณะกลิ่น: กลิ่นอับทึบ ไม่สดชื่น เหมือนห้องที่ระบายอากาศไม่ดี
สัญญาณเตือน: มักเกิดจากการสะสมของเมือก หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคไซนัสอักเสบ, ภูมิแพ้ หรือการมีก้อนนิ่วทอนซิล (Tonsil Stones) ซ่อนอยู่ในลำคอ
สรุป: เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
หากคุณดูแลรักษาความสะอาดช่องปากเป็นอย่างดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ แต่ “กลิ่นปาก” ยังคงอยู่และมีลักษณะกลิ่นที่ผิดปกติตามข้างต้น ไม่ควรนิ่งนอนใจ แนะนำให้เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้น หากไม่พบสาเหตุในช่องปาก ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุของโรคทางกายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก: คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย